ลักษณะบุคลิกภาพยอดนิยม 5 อันดับที่นายจ้างรับเข้าทำงานมากที่สุด

5 บุคลิกภาพของลูกจ้างที่ดีที่นายจ้างชื่นชอบมากที่สุด

งานวิจัยในปัจจุบันได้แสดงให้เห็นว่า นายจ้างโดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 88) กำลังมองหาลูกจ้างที่มีทัศนะคติที่เข้ากันได้กับบริษัท หรือที่เรียกว่า “Cultural Fit” นอกเหนือจากความสามารถที่มี อีกทั้งยังโฟกัสในเรื่องของอัตราการลาออกจากงาน หรือการเกิดภาวะสมองไหลด้วย          

Universumแบรนด์บริษัทชื่อดังในสตอกโฮล์ม ได้ยืนยันว่า จากการผลสำรวจในการสอบถามนักศึกษาและอาจารย์จากทั่วโลกกว่า 400,000 ราย ในประเด็นของการเข้ารับสมัครงานนั้น ได้มีการสรุปว่ามี 5 บุคลิกภาพที่ดีของพนักงานที่บริษัทส่วนใหญ่ต้องการในปี 2012          

“เราได้เข้าไปสอบถามนายจ้าง ถึงความท้าทายในการคัดเลือกพนักงานเข้าทำงาน” นาย Joao Araujo จาก Universumกล่าว “สิ่งที่พวกเขาต้องการจากลูกจ้างคืออะไร แล้วมีอะไรบ้างที่พวกเขายังไม่รู้” ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ผู้สมัครงานที่มีคุณลัดษณะและบุคลิกภาพที่เหมาะสม จะมีโอกาสได้เข้าทำงานและผ่านการสัมภาษณ์ไปได้โดยง่ายนั่นเอง          

ความเป็นมืออาชีพ (ร้อยละ 86), มีพลังสมรรถนะสูง (ร้อยละ 78) และมีความมั่นใจ (ร้อยละ 61)
เป็นบุคลิกภาพ 3 อันดับแรก ที่นายจ้างต้องการจากลูกจ้างรายใหม่มากที่สุด ซึ่งคุณลักษณะดังกล่าว เป็นสิ่งสำคัญที่นายจ้างจะสามารถคัดเลือกพนักงานที่ต้องการได้ โดยผ่านการพิจารณาจากนายหน้าที่รับสมัครได้ภายใน 30 วินาทีที่ได้เจอกันเป็นครั้งแรก          ผู้จัดการจะเริ่มพิจารณาตั้งแต่ทันทีที่คุณเดินเข้าห้องมา รวมถึงเสื้อผ้าที่คุณใส่, ท่าทางที่คุณยืนเมื่อทำการจับมือกัน การนำเสนอตนเองอย่างมืออาชีพและมีชีวิตชีวา เป็นสิ่งที่พึงกระทำ แม้มันจะเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่นาย Harris ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงกล่าวว่า คุณไม่ควรมองข้ามสิ่งเหล่านี้ เพราะแม้แต่ซีอีโอรุ่นเก๋า ก็อาจจะโดนร่วงจากตำแหน่งได้ เพียงเพราะไม่ใส่ใจในสิ่งพื้นฐานเหล่านี้          

ผู้สมัครงานที่มักประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขาหรือเธอมักเปิดใจกว้าง อ้าแขนรับการจับมือกับทุกๆ คน และนั่นทำให้เขาหรือเธอผู้นั้น สามารถเข้ากันได้กับนายจ้าง และทุกคนในบริษัท ด้วยการที่เป็นคนเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ          

บุคลิกภาพที่ยังเหลืออยู่ จากการสำรวจของ Universumนั้น เป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการว่างจ้างพนักงาน ซึ่งอาจจะไม่สามารพิจารณาได้จากการมองเพียงครั้งเดียว แต่ต้องอาศัยหลักการสัมภาษณ์ และประวัติส่วนตัวด้วย การที่คุณนำเสนอตนเองด้วยบุคลิกที่เข้าใจในตัวเอง (ร้อยละ 58) Harris กล่าวว่า ประวัติส่วนตัวที่มีการใช้ภาษาที่สามารถดังดูดให้ผู้อ่านสนใจ และเข้าใจในประสบการณ์การทำงานของคุณ หรือเผยความสามารถออกมาให้เห็นเด่นชัด จะช่วยให้คุณมีโอกาสได้รับเลือกมากขึ้น ส่วนในการสัมภาษณ์ คุณต้องแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่คุณได้เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว และกล่าวถึงแรงจูงใจที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้ นั่นเป็นอีกสิ่งหนึ่งคุณสมบัติที่ลูกจ้างควรมี          

มีความใฝ่รู้ (ร้อยละ 57)
คุณลักษณะในการเป็นคนช่างสังเกต และสนใจในหลายๆ เรื่อง เป็นสิ่งที่นายจ้างให้ความสนใจเช่นกัน Harris กล่าวว่า การเพิ่มงานอดิเรก หรือสิ่งที่คุณสนใจ ลงในประวัติส่วนตัวของคุณ ก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน “ฉันคิดว่าการที่เราจะทราบถึงพฤติกรรมการให้ความสนใจในสิ่งต่างๆ ของลูกจ้างนั้นเป็นอย่างไร เราก็จะพิจารณาจาก 2 สิ่งนั้น” ความสามารถในการแก้ปัญหา หรืออาสาที่จะทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเป้นสิ่งที่ช่วยให้เกิดความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน นายจ้างมักจะถามพวกเขาว่าจะพึงพอใจกับการจ้างงานในระยะยาว พร้อมกับมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ๆ หรือไม่ หากพนักงานผู้นั้นไม่ชอบยอมรับสิ่งใหม่ เมื่อมีข้อมูลใหม่ๆ เข้ามา เขาจะรู้สึกไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร ผิดกับพนักงงานที่มีความกระตือรือร้น และสนใจสิ่งใหม่ๆ ที่จะทำให้เกิดความก้าวหน้าในอาชีพการงานได้

แหล่งที่มา :
https://www.forbes.com/sites/meghancasserly/2012/10/04/top-five-personality-traits-employers-hire-most/#20a14a1beec3

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ติดต่อสอบถามได้ทาง

้้เบอร์โทร เทคนิคการพูด โดย คุณแสงธรรม บัวแสงธรรม ภายใต้แนวคิดที่ว่า "มนุษย์สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก" line เทคนิคการพูด โดย คุณแสงธรรม บัวแสงธรรม ภายใต้แนวคิดที่ว่า "มนุษย์สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก" facebook เทคนิคการพูด โดย คุณแสงธรรม บัวแสงธรรม ภายใต้แนวคิดที่ว่า "มนุษย์สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก" อีเมล เทคนิคการพูด โดย คุณแสงธรรม บัวแสงธรรม ภายใต้แนวคิดที่ว่า "มนุษย์สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก"youtube เทคนิคการพูด โดย คุณแสงธรรม บัวแสงธรรม ภายใต้แนวคิดที่ว่า "มนุษย์สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีก"

©2012-2021 The Best Speech Plus All Rights Reserved.

Design by Genius